ธรรมะ : เปรตกับมด ใครอยู่ภพภูมิที่สูงกว่ากัน
 
 
 
มันเป็นธรรมดานะ มีเกิดมีดับ ตอนนี้มันดับไปแล้ว คลายตัว - (13:39 11/04/11) 
ก็แปลกดี ก่อนเที่ยงโห หนักมาก แต่ตอนนี้มันหายไป - (13:39 11/04/11) 
ก็เป็นธรรมดาของโลก - (13:39 11/04/11) 
แม้แต่ดูถูกแมลงตัวเดียวก็ไม่ควรทีเดียว เพราะสักวันเขาอาจจะมีบุญใหญ่สร้างอะไรที่อัศจรรย์ได้ - (13:43 11/04/11) 
ก็ทราบว่าคนเรานั้นเกิดตายมาแล้วมากมาย อย่าได้ดูถูกกันทีเดียว เพราะถึงแม้วันนี้เขายังไม่ได้สร้างความดีอะไรมาก แต่ว่าวันหน้าเขาอาจจะสร้างได้มากมายอย่างน่าอัศจรรย์ก็ได้ - (13:44 11/04/11) 
ดังนั้นการทรงอารมณ์อุเบกขานั้นดีตรงที่ไม่ต้องไปคิดอิจฉาใคร ทำใจสบายๆ เขาจะดีหรือชั่วมันเรื่องเขา อย่างนี้แหล่ะ - (13:45 11/04/11) 
บางครั้งการตัดสินใจเร็วไปก็อาจจะพลาด ดังนั้นก็ควรพิจารณาให้รอบคอบ - (14:06 11/04/11) 
เช่น สมัยหนึ่งพระเจ้าปเสนทิโกศล ไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า ได้ทรงไม่พอพระทัยที่อุบาสกท่านหนึ่งนั่งอยู่กับพระพุทธเจ้าไม่แสดงความเคารพพระองค์ แต่เพราะว่าอุบาสกท่านนั้นมีความเคารพพระพุทธเจ้ามากไม่กล้าทำความเคารพพระราชา อย่างนี้ก็คือพระราชา คิดไม่รอบคอบ นั้นก็เกิดความเสียหาย - (14:08 11/04/11) 
พอได้ฟังพระพุทธเจ้าบอกว่า อุบาสกท่านนี้เป็นคนมีคุณธรรมและเป็นพระอริยะเจ้าก็เลยหายข้องใจและได้บอกกับอุบาสกท่านนั้น ว่า หากท่านต้องการสิ่งใดโปรดบอก - (14:10 11/04/11) 
นี่พวกเราก็เช่นกัน สิ่งใดก็ตามควรใคร่ครวญให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ หากลงมือทำลงไป อาจจะผิดพลาดได้ - (14:11 11/04/11) 
อย่างที่ได้กล่าวไปแล้ว แม้แต่แมลงตัวเล็กๆอย่าได้ดูถูกเขา เขาอาจจะทำความดีในอนาคตกาลก็ได้ - (14:14 11/04/11) 
หรือบางทีความดีในอดีตก็เคยมีมาแล้วก็มีเหมือนกัน - (14:14 11/04/12#29$6ndR3B<0 st>
*ใครอยู่ภพภูมิที่สูงกว่ากัน ระหว่างเปรตกับมด* - (14:15 11/04/11) 
ก็ต้องตอบว่ามด เพราะเรียงตามภพภูมิเดรัจฉานสูงกว่า - (14:15 11/04/11) 
เดรัจฉานมีความทุกข์น้อยกว่าเปรต - (14:16 11/04/11) 
แล้วทีนี้เราลองพิจารณาดูว่า เปรตมาขอส่วนบุญ เราเห็นว่าเป็นญาติเราก็อุทิศให้เปรตใช่ไหม - (14:16 11/04/11) 
แล้วถ้ามดมากัดเรา เราจะฆ่าเขาอย่างนั้นหรือ อย่างนี้ก็เท่ากับว่า เราอาจจะได้สังหารญาติเราเองไปก็ได้ เพราะบางท่านก็ทำกรรมอะไรบางอย่างเวียนกลับมาเกิดเป็นมด - (14:17 11/04/11) 
บางทีเห็นพวกมดขนเศษอาหารแล้วก็ให้นึกถึงเปรตเหมือนกัน เพราะมดนี่เรามองเห็นด้วยตาเนื้อ แต่เปรตนี่เห็นด้วยตาใน ก็นึกสงสารว่า โอ้มด นี่มีความทุกข์ แต่ก็น้อยกว่าเปรตน้อ พวกบางพวกก็เป็นมาแล้วหลายกัป - (14:19 11/04/11) 
กว่าจะได้บุญและเปลี่ยนภพไปเป็นเทวดาก็นานแสนนาน อย่างเช่นเปรตบริวารเก่าพระเจ้าพิมพิสารเป็นต้น - (14:20 11/04/11) 
ดังนั้นเราเห็นอย่างนี้แล้วเรายังจะฆ่าสัตว์หรือ เราเห็นภัยเหล่านี้แล้วอย่างนี้ - (14:21 11/04/11) 
คนเราสมัยนี้นั้นหลงใหลกับโลกียะ เสียจนไม่รู้อะไรเลย ไม่รู้ว่ามีผี มีเทวดา ไม่สนใจเรื่องภพหน้า ภพไหนทั้งหมด มัวเพลินกับ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ธรรมารมณ์ไปตามสภาวะกิเลสจะพาไปนั่นแหล่ะ - (14:23 11/04/11) 
ก็เมื่อเป็นอย่างนั้น การเวียนว่ายนั้นอาจจะพาท่านเหล่านั้นไปสู่อบายภูมิ เพราะมัวเพลินเกินไป เลยขาดสรณะอันเป็นที่พึงที่หมายได้ - (14:24 11/04/11) 
จะหาเอาความดีให้เกาะไว้ก็ยากแสนยาก กว่าจะหาใครสักคนมาเทศนาสั่งสอนให้เขาเข้าใจในธรรมก็ปิดทางตัวเองเสีย อย่างนี้แหล่ะ - (14:25 11/04/11) 
ก็มัวเพลินกันไปตามสภาพของตนๆ - (14:25 11/04/11) 
แล้วก็นำพาตนไปอบาย ก็เลยหมดโอกาสทำความดีใหม่ น่าเสียดายที่ชาติก่อน ทำเอาไว้จึงได้มาเกิดเป็นมนุษย์แต่ชาตินี้หลงไปกับโลกียะมากจนไม่มีโอกาสทำความดีกับเขาเอาเลย ก็เลยเป็นแบบนั้น - (14:26 11/04/11) 
พระพุทธเจ้าท่านก็ว่า ท่านเองก็เป็นเพียงผู้บอกทาง ส่วนใครจะทำหรือไม่นั้นก็เรื่องของเขาเอง - (14:27 11/04/11) 
มันก็ขึ้นกับบุญที่เคยได้ร่วม ได้ทำกับบุคคลนั้นมาในภพอดีตนั่นแหล่ะจึงจะส่งผลให้บุญเก่าเกิดดวงตามองเห็นสิ่งที่ควรทำ ไม่ผ่านเลยไป การได้ปฏิบัติใน ทาน ศีล ภาวนา นั้นประเสริฐแท้ - (14:28 11/04/11) 
เพราะว่าคนๆหนึ่งจะมาสนใจ ใส่ใจปฏิบัตินั้นต้องสะสมความดีมาพอสมควร ยากยิ่ง ที่เขาจะเข้าใจและใส่ใจในธรรมนั้น - (14:29 11/04/11) 
ถึงแม้ว่าพวกเราจะปฏิบัติไปแบบอาจจะไม่บรรลุมรรคผล แต่อย่างไรก็ขอให้พ้นอบายภูมิ - (14:30 11/04/11) 
นั้นแหล่ะ ทำไปเหอะ สิ่งนี้สำคัญ เพราะเราไม่รู้ว่า อนาคตกาลนั้นจะเป็นอย่างไร แต่เดาได้เลยว่าถ้าทำดีย่อมได้ผลดี แต่อาจจะไม่ใช่ตอนนี้ จะส่งผลแน่ๆ - (14:31 11/04/11) 
พระพุทธเจ้าเป็นเพียงผู้บอกตามที่ท่านกล่าวไว้ แต่ว่า ผู้บอกอย่างพระพุทธเจ้าหาได้ยาก การที่เราจะไปบอกเหมือนท่านบอกมันต่างกัน - (16:14 11/04/11) 
เราได้นำพระธรรมคำสอนของท่านบอกต่อ อันนี้ก็เป็นสิ่งยากกว่าเสียอีก เพราะเราไม่ได้มีพุทธานุภาพจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร - (16:14 11/04/11) 
ผู้บอกที่ดีก็ควรมิทิพจักขุ สามารถรู้ใจคนได้ระดับหนึ่งว่าเขาสมควรบอกหรือไม่ - (16:15 11/04/11) 
หากคนไหนสมควรจะบอกจึงจะบอก หากวาระไหนไม่สมควรจะบอกก็เงียบเสีย เป็นอย่างนี้ - (16:15 11/04/11) 
เท่าที่ผ่านมา ได้ผ่านประสบการณ์การบอกกล่าวกับผู้คนมากมายนี้ก็เป็นแบบนี้หากว่าสิ่งไหน วาระไหนไม่สมควรพูด ไม่สมควรบอกก็จะเงียบเสีย เพราะถ้าบอกไป ก็เป็นเรื่องทุกที แต่กระนั้นก็มีพลาด ก็มันไปตามกฏแห่งกรรมเช่นกัน - (16:17 11/04/11) 
เช่นบางคนมีความสงสัยมากเกินไป ก็ไม่ควรบอก ควรทำใจเฉยๆไปก่อน เพราะสิ่งที่เขาสงสัยมันมากเกินไป บอกไปก็ไม่ทำให้เขาเกิดศรัทธาขึ้นมาได้ - (16:19 11/04/11) 
ต้องให้เขาพบกับประสบการณ์ของเขาเองก่อนนั่นแหล่ะ - (16:19 11/04/11) 
 
 
 
 
 
 
 

 

 

ธรรมะ : อานิสงส์การร้องเพลงธรรมะ

ถาม - ตอบ 

 

 

ทำไมถึงต้องทำเพลงธรรมะ?

ตอบ--เพราะว่าจริตบางคนชอบเพลง อธิบายธรรมะตรงๆนั้นอาจจะไม่ได้สนใจฟัง ถ้าอธิบายผ่านเพลงก็จะสนใจฟังได้


ทำไมถึงต้องทำเพลงธรรมะออกมามากมาย?

ตอบ--เพราะว่า คนแต่ละคนชอบของแตกต่างกัน เพลงก็เช่นกัน บางคนชอบเพลงนั้น บางคนชอบเพลงนี้ ธรรมะก็เช่นกัน บางคนชอบธรรมะแบบนี้ แบบนั้น แตกต่างกันออกไปตามจริตแต่ละคน จะเห็นว่าพระอรหันต์ท่านบรรลุธรรมก็บรรลุในข้อธรรมะที่ต่างกัน ท่านไหนจับใจเรื่องใดก็จะบรรลุในธรรมแบบนั้น การอธิบายแตกต่างกันก็ทำให้เกิดประโยชน์แบบนี้


การทำเพลงธรรมะจะได้ให้สิ่งใดกับผู้รับฟัง?

ตอบ--ได้ให้ธรรมทานกับผู้ฟัง เพราะเป็นการอธิบายธรรม และเป็นการเจริญอนุสสติแบบต่างๆ มีพุทธานุสสติ ธัมมานุสสติ สังฆานุสสติ จาคานุสสติ สีลานุสสติ เป็นต้น


การให้เพลงธรรมะกับให้หนังสือธรรมะแตกต่างกันไหม?

ตอบ—ก็อาจจะแตกต่างกันแต่ถ้าจุดมุ่งหมายอันเดียวกัน ขึ้นกับจริตผู้รับ ถ้าผู้รับชอบเพลงก็จะเหมาะกับการให้ฟังเพลงธรรมะถ้าผู้รับชอบอ่านก็เหมาะกับให้หนังสือธรรมะ เพลงธรรมะถ้าไม่ได้ฟังก็เหมือนสิ่งที่ไร้ประโยชน์ เช่นกันหนังสือธรรมะที่ไม่มีใครหยิบมาอ่านก็เปล่าประโยชน์เช่นกันถ้าหากมีคนอ่านมีคนฟังย่อมเกิดประโยชน์


ในขณะที่ร้องเพลงและฟังเพลงจะได้อะไรนอกจากสาระธรรมะ?

ตอบ--ได้เจริญกัมมัฏฐานคืออนุสสติ และนอกจากนั้น ก็เหมือนกับการสวดมนต์สรรเสริญพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณเพราะเพลงได้สรรเสริญรัตนะคุณเหล่านี้ไว้แล้วนั้น เมื่อมีการซ้อมร้องเพลง มีฟังเพลงก็เป็นการสรรเสริญพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ เทวดาเทพพรหม ก็ย่อมโมทนา สาธุการตอนนี้ผมกำลังทำเพลงธรรมะ เพื่อแจกจ่ายให้ผู้คนทั่วไปฟังเป็นธรรมทาน เป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา เพลงธรรมะนั้นเป็นเพลงแนวลูกทุ่งเอาทำนองเพลงเก่า ๆ มาเลียนแบบแล้วให้ดาวน์ โหลดกันฟรี ซึ่งเนื้อหานั้นสอดแทรกธรรมะเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็น ทาน ศีล ภาวนา

 

 

 

ประโยชน์ของผู้ฟังเพลงธรรมะ

 

 

1.ได้เจริญกัมมัฏฐานกองใดกองหนึ่งไปในตัว เช่น ฟังเพลงที่กล่าวถึงพระพุทธเจ้าก็จะเป็นการเจริญพุทธานุสสติ ฟังเพลงที่กล่าวถึงเรื่องทาน ก็จะเป็นการเจริญจาคานุสสติ ถ้าตายขณะฟังเพลงเหล่านี้อยู่ย่อมมีโอกาสได้ไปสวรรค์เพราะใจเกาะความดีไว้ในขณะฟังเพลง

2.ได้ความรู้ทางธรรมะของพระพุทธเจ้า

 3.ได้ความเย็นกายเย็นใจให้จิตผ่องใสเบิกบาน


 
 
 
 
 
การรักษาศีลที่หลายคนเข้าใจผิด
 
 
 
เราพบใครลองถามเขาดูว่า เขารักษาศีล ได้กี่ข้อ ไม่ต้องไปถามศีลแปด เอาศีลห้าก็แล้วกัน
ลองดูครับ เจอเพื่อน เราลองถามดู จะกล้าถามหรือเปล่า ถามตัวท่านเองก่อนก็แล้วกัน ว่ามีศีลกี่ข้อ
หลายคน อาจจะบอกว่า มี หนึ่งข้อบ้าง สองข้อบ้าง สามข้อบ้าง ไม่มีสักข้อบ้าง สี่ข้อบ้าง ห้าข้อบ้าง
 
 
 
 
อันนี้เป็นเรื่องธรรมดา แต่ส่วนใหญ่ ก็อาจจะตอบว่ามีข้อ สองข้อ ทำนองนี้
แต่พวกเขาอาจจะเข้าใจผิดกันไป คิดว่าเขามีศีล แต่จริงๆ เท่าที่ผมพบเห็นมานั้น ส่วนใหญ่ คำตอบเหล่านี้เป็นเท็จ จริงๆแล้วคนทีตอบว่า มีศีลหนึ่งข้อ นั้นไม่มีศีลเ