ธรรมะ ถาม - ตอบ : การกรวดน้ำอุทิศบุญ

 
 
 

การอุทิศบุญจำเป็นต้องใช้น้ำหรือไม่?

การกรวดน้ำเป็นธรรมเนียมของพราหมณ์ เวลาพราหมณ์จะยกของให้ใครก็เทน้ำลงไปบนฝ่ามือของผู้นั้น

ในสมัยพุทธกาล พระเจ้าพิมพิสาร ถวายพระเวฬุวันแด่พระพุทธเจ้าก็เทน้ำลงบนพระหัตพระพุทธเจ้า

พระโพธิสัตว์ให้ทานลูกสองคนกับพราหมณ์ชูชกก็รินน้ำลงบนมือชูชก เป็นธรรมเนียมการให้ของพราหมณ์

หากเราไม่มีน้ำก็ให้ตั้งใจให้กับญาติก็พอ ไม่จำเป็นต้องมีน้ำก็สามารถอุทิศบุญให้ญาติได้เพียงตั้งใจให้ก็พอ

ให้รู้ลมหายใจเข้าออกทรงอาณาปานุสติไว้เสมอ แล้วก็อุทิศบุญที่เราทำให้กับคนที่เราจะให้แบบนี้ก็ใช้ได้แล้ว ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำเทก็ได้ แต่หากว่า เขาเตรียมขวดน้ำมาให้แล้วก็ควรสนองศรัทธาเขาหน่อย ไม่ปฏิเสธที่ทำเทน้ำ เดี๋ยวจะทำให้เสียน้ำใจ เมื่อเขาเสียน้ำใจก็ความปลื้มใจก็ลดไปบุญที่เกิดก็จะลดลงไป

อย่างนี้ก็ให้รักษาน้ำใจเขาก็ควรใช้น้ำตามที่เขาให้มา

 

ไปที่วัดจะเห็นว่า การกรวดน้ำนี่ใช้มือจับต่อๆกันเพื่อว่ากลัวว่าจะไม่ได้บุญ อันนี้ไม่เกี่ยวกัน

บุญเกิดแล้วเพียงเรายินดีก็เกิดบุญแล้ว บุญไม่ได้ส่งผ่านการแตะกันต่อๆไปเหมือนที่เราคิดกัน

ถ้าจะเกิดแบบนั้นก็เกิดได้หากว่าเราร่วมกันยกของ ลากของ อันนี้บุญย่อมเกิดจากการช่วยกันนั้น

แต่นี่แค่แตะเพื่อจะกรวดน้ำไม่มีผล อันนี้หลวงพ่อจรัล ฐิตธัมโม วัดอัมพวัน จังหวัดสิงห์บุรี แนะนำว่า

ให้เรายกมือพนมแล้วตั้งใจอุทิศบุญจะดูสวยงามกว่าการเอามือแตะๆต่อกัน

แต่ในสถานการณ์จริงบางทีเราไปเจอเขาทำๆกันเราต้องตามน้ำไปอย่าไปขัดใจเขา มันจะทำให้ทะเลาะกันใจจะหมอง เมื่อใจหมองมันก็ทำให้ขัดบุญเขา ดังนั้นสิ่งไหนที่เขาต้องการให้ทำก็ทำไป เช่นการที่เขาเตรียมน้ำมาให้ก็กรวดน้ำไป หรือพระบางรูปท่านบอกให้เราไปหาน้ำมาก็ไม่ต้องไปขัดท่าน ก็ไปหาน้ำมาให้หมดเรื่องหมดราวกันไป ถ้าขัดท่านว่าไม่จำเป็นต้องใช้น้ำหรอก แบบนี้ก็ทำให้ท่านหมองได้ อะไรที่ขัดคอกันให้หลีกเลี่ยง

 

คุณมานะ คำยัง

๒๘ กันยายน ๒๕๕๓

________________________________________________________________

 

ถาม: ภพภูมิไหนบ้างที่แผ่เมตตาอุทิศบุญแล้วสามารถรับบุญกุศลนั้นได้?

ตอบ : การแผ่เมตตานั้นพระท่านให้แผ่ออกไปกว้างๆ ให้ทุกภพภูมิ ตามที่พบเห็นจากประสบการณ์และคำบอกเล่าครูอาจารย์ การแผ่เมตตานั้นสามารถครอบคลุมไปได้ทุกภพภูมิ

ก็ขึ้นกับบุญกุศลผู้แผ่ไป และผู้รับจะพอมีบุญรับได้แค่ไหนด้วย

 

 

ถาม: คนที่ช่วยประเคนของที่เราถวายทาน จะมาแย่งบุญกุศลเราหรือไม่?

ตอบ : เรื่องการแย่งบุญนั้น ไม่มีการแย่งเกิดขึ้น บุญไม่ใช่สิ่งของอะไรที่เราจะไปแย่งเอาได้ บุญที่เขามาช่วยยกประเคนของนั้นเกิดขึ้นกับคนที่ช่วยเอง

ส่วนเราผู้ถวายย่อมได้อานิสงส์ เต็ม ไม่ต้องกลัวใครมาแย่งบุญ บุญที่เขาได้ก็ได้จากการขวนขวายรับใช้ และการโมทนาบุญ

 

 

ถาม: เราออกเงินฝากให้คนไปซื้อของไปถวายพระสงฆ์ แต่เราไม่ได้ถวายเอง เราจะได้บุญเต็มหรือไม่?

ตอบ : ได้บุญเต็มเหมือนกัน คนที่เขารับไปถวายให้เขาก็ได้เหมือนกันแต่ว่า ได้จากโมทนาบุญ และการขวนขวายรับใช้ (เวยยาวัจจมัย)

 

 

ถาม: การเก็บก้อนหินที่วัดมาสมควรหรือไม่?

ตอบ : ไม่สมควร เป็นการนำของสงฆ์มา เป็นบาปหนักถึงขั้นอาจจะตกนรกได้ หรือบางทีก็อาจจะเป็นเปรตได้ จากประสบการณ์เคยพบเปรตท่านหนึ่งเพียงแต่เอาดินเปรี้ยวที่วัดมาผสมยา นิดเดียว ก็เป็นเปรตได้แล้ว ของสงฆ์ไม่ควรแตะ หากได้มาไม่ถูกต้องควรงดเว้น


ถาม: เก็บใบโพธิ์ในวัดมาบูชาสมควรหรือไม่?

ตอบ : ไม่ควร หากเราเก็บใบไม้ในวัดมาบูชา นั้นถือว่านำของสงฆ์ออกมาโดยไม่ถูกต้อง หากทางวัดได้ให้บูชาด้วยเงินแบบนั้นถือว่าผ่านขั้นตอนถูกแล้วนำมาได้

แต่ถ้าเราเก็บใบโพธิ์ที่วัดมา ถือว่าขโมยของสงฆ์อย่าอ้างว่าบอกเทวดาแล้ว อย่าพยายามหาความถูกต้องแบบนั้น ก็จะเป็นการขโมยของสงฆ์

บางคนไปเที่ยวพุทธคยา เก็บเอาใบโพธิ์มาบูชา แล้วดีใจกันมาก ลองคิดดูว่าใบโพธิ์เราไม่ได้อนุญาติจากคณะสงฆ์เรานำมาเองโดยพละการ ย่อมถือว่าเป็นการขโมยของสงฆ์ ดังนั้น วัตถุเหล่านี้เป็นของนอกกาย ไม่สามารถนำไปได้เวลาเราตายลง จงอย่ายึดถือเอาสิ่งของที่ไม่ใช่ของเราเลย คำสอนพระพุทธเจ้าเราไม่ขโมยของใครนั้นแหล่ะที่ควรจะทำมากกว่า การนำมาเพื่อเป็นที่ระลึกก็จริงอยู่แต่ควรมีการทำอย่างถูกต้องตามคณะสงฆ์ประชุมกัน

 


ถาม: ที่บ้านมีผีออกมาหลอกผู้คนเยอะอาจจะเกิดจากสิ่งใด?

ตอบ : อาจจะเกิดขึ้นได้หลายอย่าง

1) อาจจะเกิดจากสัมภเวสีหรือพวกเปรตเขาต้องการบุญกุศล เลยมาหลอกหลอนให้เราทำบุญไปให้เขา

2) อาจจะเป็นเทวดารักษาสถานที่บางทีสถานที่นั้น เป็นสถานที่มีวัตถุมีค่าเช่นมีพระธาตุอยู่ด้านล่าง อาจจะเป็นวัดเก่ามาหลายร้อยปีแล้ว

อาจจะมีสมบัติสำคัญอะไรบางอย่าง เทวดาท่านก็มารักษา แปลงกายเป็นรูปร่างน่าเกลียดน่ากลัว ให้คนไม่กล้าไปสถานที่นั้น

 

 

ถาม: เปรตเท่านั้นจริงหรือที่ได้รับบุญกุศลที่เราอุทิศให้?

ตอบ : ในพระไตรปิฎกนั้นมีผู้คนกล่าวว่าพวกเปรตที่เรียกว่าปรัตทัตตูปชีวีเปรตเท่านั้นที่ได้บุญจากการอุทิศของเรา อันนี้น่าจะมีการเข้าใจผิดอะไรบางอย่าง

เพราะว่าในพระสูตรก็ขัดแย้งกันเอง จะเห็นว่าพระเจ้าพิมพิสารถวายทานแล้วอุทิศให้เปรต ที่เคยรู้จักกันมาก่อนในอดีตชาติ แต่ว่าพออุทิศให้กลายเป็นเทวดาแล้วไม่มีเสื้อผ้าใส่แล้วจากนั้น ก็ได้ถวายจีวรอุทิศให้อีกจึงมีเสื้อผ้าใส่ แสดงว่าเทวดาก็ย่อมมีโอกาสได้รับบุญกุศลที่เราอุทิศไปเช่นกัน คำกล่าวที่ว่า มีปรัตทัตตูปชีวิเปรต เท่านั้นที่ได้รับอันนี้คงจะเข้าใจคลาดเคลื่อนกันไป เปรต 12 จำพวก ที่ได้รับนั้นมีพวกเดียวที่ชื่อปรัตตูปชีวีเปรต แต่อีก 11 จำพวกนั้นไม่มีโอกาสได้รับ

จะเห็นว่าครูบาอาจารย์ได้เล่าให้ฟังว่า เทวดาก็โมทนาบุญแล้วสว่างไสวกันไป มีัรัศมีกายสว่างขึ้นมีตัวอย่างหลายๆท่าน ไม่ว่าจะเป็นหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ หลวงปู่เณรคำ

และอีกหลายๆท่านก็ได้เล่าเรื่องเทวดาโมทนาบุญแล้วรัศมีกายสว่างขึ้น และยังมีเรื่องนางสะอิ้งระลึกชาติได้ ที่เล่าโดยหลวงพ่อจรัล ฐิตธัมโม วัดอัมพวัน จังหวัดสิงห์บุรี อันนี้เป็นเรื่องที่่นางสะอิ้งตกนรก สามีเก่าทำบุญอุทิศไปให้ก็ได้รับ และลดโทษลงมา เรื่องเล่านี้ลองไปอ่านกันดู จะเห็นว่า การอุทิศบุญนั้น สามารถไปถึงได้หมด หากว่าบุญพอ ขึ้นกับว่า บุญกุศลนั้นจะส่งไปถึงและผู้รับจะมีโอกาสนั้น ใช้กรรมเก่าหมดหรือยัง เท่าที่ผมเข้าใจ ก็ขึ้นกับว่า บุญเก่าของเขาและความเกี่ยวเนื่องกับคนๆนั้นว่ามีความสัมพันธ์กันแค่ไหน อย่างพ่อแม่ในนรก อาจจะได้รับกุศลจากลูกที่บวช ถ้าหากว่า พ่อแม่นั้นใช้กรรมใกล้หมดแล้ว กุศลของลูกจะช่วยให้พ่อแม่พ้นนรกได้

 


ถาม: จำเป็นต้องมีศาลพระภูมิไว้หน้าบ้านหรือไม่?

ตอบ : ไม่จำเป็นต้องมี แต่การมีศาลเป็นการแสดงความเคารพ บ้านไหนมีอย่าคิดว่างมงาย เทวดามีอยู่จริง แต่บางเรื่องขอให้เทวดาช่วยไม่ได้เพราะเกินกฏแห่งกรรม

 


ถาม: สัตว์เดรัจฉานทำบุญได้หรือไม่?

ตอบ : เดรัจฉานทำบุญได้ มีให้เห็นตัวอย่างหลายท่าน เช่นช้างที่ช่วย มฆมาณพ ก็ได้ไปเกิดเป็นเอราวัณเทพบุตร

ช้างปาลิเลยยกะ ทำการอุปัฏฐากพระพุทธเจ้า สุนัขที่เห่าหอนรักษาพระปัจเจกพุทธเจ้า ไปเกิดเป็นโฆษกเทพบุตร

ค้างคาว 500 ท่าน ฟังธรรม ไปเกิดยังดาวดึงส์ แล้วลงมาเกิดเป็นชาวประมงค์ แล้วมาบวชในสำนักของพระสารีบุตร จากนั้นบรรลุอรหันต์

และมีตัวอย่างจากประสบการณ์สุนัขนอนฟังธรรมะ พอตายไปเกิดยังดาวดึงส์ก็มีหลายท่าน

เดรัจฉานทำบุญได้ก็จริง แต่ทำได้ยาก หากเราจะไม่เกิดเป็นเดรัจฉานก็ย่อมจะดีกว่า เกิดเป็นมนุษย์ ซึ่งแปลว่าผู้มีใจสูงควรตั้งมั่น อยู่ใน ทาน ศีล ภาวนา เพื่อให้เกิดบุญกุศลเพื่อไปยังภพภูมิที่ดีๆ อย่าได้สร้างอกุศลกรรม หากตายไป อาจจะอายสัตว์เดรัจฉาน ที่เขาไปเป็นเทวดา หากเราเป็นมนุษย์กลับตกนรก ก็ย่อมอายสัตว์เดรัจฉาน

 

________________________________________________________________

บทความโดย คุณมานะ คำยัง

3 ตุลาคม 2553

ที่มา : http://www.cosmicnirvana.com/home/modules/content/index.php?id=89


 

Comment

Comment:

Tweet